แมนฯ ซิตี้ ย้ำแค้น เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวมลิ่ว 8 ทีม ชปล.

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ ufa1688

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว ufa1688

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม ufa1688

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ำแค้นเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไป 2-1 สกอร์รวม 2 นัดเรือใบสีฟ้า ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 63 คู่ที่น่าสนใจ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะมาได้ก่อน 2-1

สเปนแบโผ 24 แข้ง ลุยเนชันส์ลีกเดือนหน้า “ฟาติ-ตราโอเร” ลุ้นเปิดฉาก
ก็แค่อดีต “โลเปเตกี” ย้ำเซบีญาทีมนี้ไม่ใช่ชุดแชมป์ยูโรปาลีก 5 สมัย
“คอนเต” เผยผู้ชนะคือคนเขียนประวัติศาสตร์ ยกเป็นแรงกระตุ้นลูกทีม
เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยนื ยิงไกล บอลแฉลบ แฟร์กลองด์ เมนดี ออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ไปฉกบอลจาก ราฟาเอล วาราน ได้ถึงในจุดโทษก่อนจ่ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 14 โอกาสของ เรอัล มาดริด จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ได้ยิงไกล แต่บอลผ่านคานออกไป และต่อมานาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 21 เรอัล มาดริด น่าตีเสมอสุดๆ เมื่อ คาริม เบนเซมา ได้จังหวะยิงในจุดโทษ แต่ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิด ต่อมานาทีเดียว เรอัล มาดริด มาอีกแล้ว คราวนี้เป็น เอเดน อาซาร์ด ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

ถึงนาทีที่ 28 เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โรดรีโก เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซมา โหม่งแทงมุมเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 แมนฯ ซิตี้ ขอลุ้นบ้าง ไคล์ วอลเกอร์ ลุยขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจยิงไกล แต่บอลไม่ตรงกรอบ และนาทีที่ 37 แมนฯ ซิตี้ ยังลุยต่อ ยกเอา คันเซโล พาบอลขึ้นมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวา แต่ เอแดร์สัน ยังเซฟออกไปได้

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 แมนฯ ซิตี้ ซิตี้ ได้ลุ้นส่งท้าย จากจังหวะที่ ฟิล โฟเดน ตวัดยิงด้วยซ้ายหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาสองไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ เรอัล มาดริด 1-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 47 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำอีกที จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องแบบโคตรโหดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าจุดโทษก่อนซีดทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ปิดมุมเซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 57 แมนฯ ซิตี้ มาอีกแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลลุยเข้าจุดโทษ แต่สุดท้ายยิงไปติดบล็อก ดานี คาร์บาฆาล ออกหลังไป

ต่อมา 7 นาที เรอัล มาดริด เกือบได้เฮ เมื่อ คาริม เบนเซมา หาจังหวะั่นด้วยขวาในจุดโทษ แต่ยังไม่ผ่าน เอแดร์สัน

นาทีที่ 66 โอกาสของแมนฯ ซิตี้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ เอแดร์ มิลิเตา อย่างสวย ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อ ร้อนถึง ติโบ กูร์ตัวส์ ต้องปัดออกไป

นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน กองหลังของเรอัล มาดริด โหม่งคืนหลังเบาเกิน โดน กาเบรียล เฆซุส ปรี่มาจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 70 เรอัล มาดริด เกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ซัดด้วยขวาในจุดโทษ เอแดร์สัน ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ ไค วอลเกอร์ ยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งจะทิ่มมุมแต่ ติโบ กูร์ตัวส์ พุ่งปัดออกไปได้

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกหน้ากรอบจุดโทษเยื้องทางขวา ดาบิด ซิลบา ปั่นด้วยซ้าย บอลเหินผ่านคานไปนิดเดียว

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 สกอร์รวม 2 นัด แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ โอลิมปิก ลียง

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, แฟร์นันดินโญ, อายเมริค ลาปอร์เต, ยกเอา คันเซโล, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส

เรอัล มาดริด: ติโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี, เอเดน อาซาร์ด, โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โรดรีโก, คาริม เบนเซมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *